โรคที่มักเกิดขึ้นกับปลา (จาก thaianimal.com)
1. โรคจุดขาว (lch.white spot disease)
อาการ ปลาจะมีจุดขาว ๆ ขนาดเล็กประมาณ0.5-1.00มม. ปรากฎขึ้นตามลำตัวครีบและเหงือก
แล้วเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเห็นชัดเจน ลักษณะการว่ายจะแกว่งลำตัวไปมาและพยายามจะถูลำตัวกับพื้นก้อน
หินหรือต้นไม้น้ำ เพื่อให้จุดขาวเหล่านี้หลุดออกไปเมื่อมีอาการดังกล่าวมาแล้วจะไม่ค่อยยอมกินอาหารปลาบาง
ชนิดจะลอยคอขึ้นมาอยู่บนผิวน้ำหรือบางชนิดจะซุกตัวอยู่ตามมุมนิ่ง ๆ สำหรับปลาที่มีสีอ่อนจะสังเกตุยาก
สาเหตุ เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำชนิดหนึ่งชื่อ lchthyophthirius sp. มีขนาดเล็กเกาะอยู่เชื้อ
นี้จะขยายพันธุ์อยู่บนผิวของปลาที่สุขภาพอ่อนแอ (อาการอ่อนแอนี้อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
ของน้ำมาก ๆ )
วิธีป้องกันและรักษา
-พยายามรักษาระดับอุณหภูมิของน้ำให้สม่ำเสมอ อย่าให้อุณหภูมิน้ำเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน
-ควรแยกปลาออกมากักโรคได้ก็จะเป็นการดี
-โรคนี้สามารถรักษาด้วยการใช้ตัวยาเคมีบางชนิดกำจัดเชื้อได้
2. โรคเชื้อรา (Fugas Disease)
อาการ มีลักษณะคล้ายก้อนสำลีบาง ๆ เกาะติดอยู่ตามผิวหรือปากปลา หากเป็นมาก ๆ อาจตาย
ได้ภายใน 5-7 วัน
สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Saprolegniasis และ Achlyasis เกาะอยู่ตามบริเวณบาดแผลของผิว
หรือปากปลา อาการบาดแผลเหล่านี้จะเกิดจากการถูกขีดข่วนแล้วไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที เชื้อรานี้จะค่อย ๆ
กินลึกลงไปในเนื้อปลาหากไม่รีบรักษาอาจทำให้ปลาตาย
วิธีป้องกันและรักษา
-แยกปลาที่เป็นโรคออกมาไว้ต่างหาก
-แช่ปลาลงในน้ำประมาณ 10ลิตรต่อเกลือ 2ขีด แล้วเช็ดเชื้อราด้วยสำลีออกให้หมดและทาด้วยยา
Malachite green หรือ Furazone green บริเวณที่เป็นแผล
-ขณะจับปลาหรือลำเลียงปลาควรกระทำด้วยความระมัดระวัง หากเป็นแผลหรือบอบช้ำควรรีบ
รักษา เพราะจะทำให้เกิดเชื้อโรคได้ง่าย
3. โรคเสียการทรงตัว (Air bladder disease)
อาการ ลักษณะการว่ายของปลาจะอุ้ยอ้ายลำตัวบิดไปมา แทนที่จะสบัดหางอย่างเดียวปลามักจะจม
อยู่ก้นตู้ ครีบทุกครีบจะกางออก เวลาว่ายจะไม่สามารถหยุดตัวเองได้ จึงทำให้เกิดการชนตู้อยู่บ่อย ๆ ถ้ามีอาการ
มากบางครั้งจะหงายท้องลอยอยู่บนผิวน้ำ แต่ก็จะพยายามกลับตัวให้ลอยตามปกติ หากกลับไม่ได้บ่อยครั้งก็จะ
ตายไปในที่สุด
สาเหตุ เกิดจากการกินอาหารมากจนเกินไป กระเพาะอาหารย่อยอาหารไม่ทัน อาหารเหล่านี้ก็จะไปกด
กระเพาะลมที่ใช้ในการทรงตัวให้พองขึ้นไม่เท่ากัน ทำให้เสียการทรงตัว
วิธีป้องกันและรักษา
-โดยใช้ดีเกลือฝรั่ง 1 cc.ต่อน้ำ 1ลิตรแต่ไม่รับรองผลการรักษา เพราะโรคนี้เป็นแล้วหายยากมาก
แม้หายแล้วลักษณะการว่ายก็ไม่เหมือนปกติ
-ยารักษาโรคนี้ยังไม่มี ควรสนใจดูแลเรื่องการให้อาหารให้พอเหมาะกับความต้องการของปลา
4. โรคเกล็ดพอง (Scale protrusion)
อาการ เกล็ดตามตัวของปลาจะตั้งอ้าออก ลำตัวจะบวมพอง ตามฐานของซอกเกล็ดจะมีลักษณะ
ตกเลือด ส่วนมากจะไม่ยอมกินอาหารและจะลอยตัวขึ้นมาบนผิวน้ำแล้วก็ตายไปในที่สุด
สาเหตุ เชื้อที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าวคือ เชื้อแบคทีเรีย และโปรโตรซัวบางชนิด เช่น Aeromonas
hydrophila และ Glossatella sp.
วิธีป้องกันและรักษา
-สามารถรักษาได้ในอาการเริ่มแรกเท่านั้น ด้วยยาปฏิชีวนะและสารเคมีบางชนิด
-ควบคุมอาหารประเถทโปรตีนให้ลดน้อยลง
-ควรดูแลสภาพน้ำและสภาพแวดล้อมภายในตู้ให้สะอาด เปลี่ยนถ่ายน้ำตามกำหนดเวลาเสมอ
5. โรคเห็บ (Argulus disease)
อาการ ลักษณะมีเม็ดกลมแบนใส ๆ เกาะอยู่ตามลำตัวปลา
ลักษณะ การว่ายน้ำจะผิดปกติ ชอบถูลำตัวกับพื้น ก้อนหินหรือไม้น้ำ การกินอาหารน้อยลง
แล้วถ้าอาการมากขึ้นจะไม่ยอมว่ายไปมา
สาเหตุ เกิดจากเชื้อ Argulus sp. ทำให้ลำตัวจะมีรอยแดง เมื่อตรวจดูจะเห็นเห็บเกาะแน่น
ลีกษณะคล้ายจานแบน ๆ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-10มม. มีสีเขียวอ่อนหรือสีเหลืองอ่อนแกมเขียวและ
น้ำตาล มีอวัยวะคล้ายเหล็กใน (Sting) แทงเข้าไปในใต้ผิวหนังของปลาเพื่อดูดเลือดหรือของเหลวในเนื้อ
เยื่อใต้ผิวหนังปลาเป็นอาหาร บริเวณปากจะมีต่อมพิษเพื่อปล่อยสารพิษมาทำอันตรายต่อปลา
วิธีป้องกันและรักษา
-ควรแยกปลาที่เป็นโรคนี้ออกต่างหาก
-รักษาโรคโดยวิธีใช้สารเคมี
-ควรกักโรคปลาใหม่ก่อนที่จะใส่ปลาลงในตู้หรือบ่อปลา
-ควรระมัดระวังเรื่องน้ำและอาหารเพราะโรคเห็บสามารถแอบแฝงมากับน้ำหรือ อาหาร เช่น ลูกน้ำ
6. โรคหนอนสมอ (Lerneosis)
อาการ ปลาจะมีอาการซึมลง ผอมแห้งกระพุ้งแก้มเปิดอ้า บริเวณผิวหนัง ปากและครีบจะมีรอย
สีแดงเป็นจ้ำ ๆ
สาเหตุ เกิดจากเชื้อ Lernaea sp. รูปร่างเพรียวยาวขนาด 6-12มม. กว้าง 0.5-1.2มม. โรคนี้
จะเกิดกับปลาน้ำจืดทั่ว ๆ ไป แทบทุกชนิด หนอนสมอจะใช้ส่วนหัว และอกฝังในเนื้อเยื่อตามผิวหนังปลา และ
จะยื่นส่วนท้ายของลำตัวที่เป็นทรงกระบอกออกมานอกผิวปลา
วิธีป้องกันและรักษา
-ควรแยกปลาที่เป็นโรคนี้ออกต่างหากเพราะเป็นโรคติดต่อกันได้แต่ไม่ร้ายแรงนัก
-รักษาโดยการใส่สารเคมีบางชนิด
-ควรกักโรคปลาที่จะนำมาใส่ใหม่ก่อนที่นำลงสู่ตู้หรือบ่อปลา
-หนอนสมออาจแอบแฝงมากับน้ำหรืออาหารที่จะให้ปลา เช่น ลูกน้ำ
7. โรคพลิสโตฟอโรซิส (Plistophorosis)
อาการ ลักษณะของลำตัวปลาและเหงือกจะซีดขาว ว่ายน้ำตะแครงข้าง การทรงตัวผิดปกติ ผอม
แห้ง ชอบแยกตัวออกจากกลุ่ม และจะตายไปในที่สุด
สาเหตุ เกิดจากเชื้อโปรโตซัวชนิดหนึ่งคือ Plistophora sp. ซึ่งค้นพบครั้งแรกในปลานีออน
(Neon tetra) บางครั้งมีผู้เรียกชื่อโรคนี้ว่า"โรคนีออนเตตร้า"
วิธีป้องกันและรักษา
-ยาที่ใช้รักษายังไม่มี
-ตักปลาที่เป็นโรคนี้ออกทันที เพราะสามารถติดต่อกันได้
8. โรคพยาธิภายใน (Internal parasites)
อาการ หากปลาเป็นโรคพยาธิภายในแล้ว จะเกิดอาการผอมแห้ง ไม่ยอมกินอาหารตามปกติ และ
เป็นโอกาสให้เชื้อโรคชนิดอื่นเข้ามาแทรกซ้อนได้
สาเหตุ เกิดจากได้รับเชื้อโรคกลุ่มหนึ่งคือ พยาธิใบไม้ (Digenetic trematode) พยาธิหัวหนาม
(Acanthocephalus) พยาธิตัวกลม (Nematode) และพยาธิตัวแบน (Cestode) ซึ่งส่วนมากจะพบในปลา
ที่ชอบกินปลาอื่นเป็นอาหาร
วิธีป้องกันและรักษา
-รักษาโดยการใช้ยาถ่ายพยาธิในกรณีที่เชื้อพยาธิอยู่ในท่อทางเดินอาหารเท่านั้น หากเชื้อพยาธิอยู่
ในกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อการรักษาจะไม่ค่อยได้ผล
9. รอยขีดข่วนและบาดแผล (Cuts and Abraision)
อาการ จะมีรอยขีดข่วน ครีบฉีกหรือแหว่ง บางครั้งก็อาจหลุดหายไป
สาเหตุ เกิดจากการขีดข่วนของตะแกรงที่ใช้ช้อนปลาหรือเกิดจากปลาว่ายไปชนกับวัตถุแหลมคม
ภายในตู้ปลา และอาจเกิดจากการกัดกันเองของปลาได้
วิธีป้องกันและรักษา
-หากพบปลาที่มีอาการดังกล่าว ควรรีบแยกนำมารักษาทันที เพราะจะทำให้เป็นโอกาสที่เชื้อโรคอื่นจะ
แทรกซ้อน
-ควรใช้ยาแดง (Mercurochrome) หรือครีมยาปฎิชีวนะทาบริเวณแผลจนกว่าจะหายเป็นปกติ
10. โรคครีบและหางเน่า (Fin and Tail Rot)
อาการ ที่ครีบและปลายหางจะมีสีคล้าย ๆ สีขาวขุ่น แล้วจะค่อย ๆ ลามไปยังบริเวณอื่น ๆ หากมี
อาการมากเนื้อบริเวณหางจะหลุดหายไป
สาเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดซึ่งมีสาเหตุมาจากการหมักหมมของน้ำ อาหารหรือขี้ปลา
กันเป็นเวลานาน ๆ
วิธีป้องกันและรักษา
-รักษาด้วยสารเคมีบางชนิด
-พยายามถ่ายน้ำและทำความสะอาดตู้ปลาตามกำหนดเวลาเสมอ
11. โรคหวัด (Cold)
อาการ ผิวของปลาจะมีวุ้นสีขุ่นบาง ๆ ไปทั้งตัว และบนผิวจะมีเส้นเลือดขึ้น (Blood shot)
สาเหตุ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำโดยฉับพลัน เช่นการนำปลาใหม่มาใส่ในตู้ หรือการ
ถ่ายน้ำภายในตู้ปลา ซึ่งน้ำที่นำมาถ่ายใส่อาจมีอุณหภูมิแตกต่างกับน้ำในตู้ ปลาที่ไม่แข็งแรงจะเป็นโรคนี้ได้ง่าย
วิธีป้องกันและรักษา
-ใช้ยาปฎิชีวนะรักษาได้
-พยายามรักษาอุณหภูมิของน้ำให้ใกล้เคียงกัน
-ก่อนใส่ปลาใหม่ลงตู้ ควรปรับอุณหภูมิของน้ำให้ใกล้เคียงกัน
12. โรคว่ายหมุนเป็นวงกลมไม่หยุด (Whirling Disease)
อาการ ลักษณะการว่ายของปลาจะเหมือนกับการวนเวียนรอบ ๆเสา เป็นรูปวงกลมไม่หยุด
หากหยุดว่ายปลาจะไม่มีลักษณะผิดปกติอื่น ๆ เลย แต่จะไม่โต
สาเหตุ เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ชื่อ Lentospora Cerebalis มาเกาะอาศัยอยู่บนส่วนหัวกระโหลก
และเจาะเข้าถึงสมองส่วนที่บังคับการทรงตัวของปลา ทำให้ปลามีอาการว่ายหมุนเป็นวงกลมไม่หยุด
วิธีป้องกันและรักษา
-นำปลาที่เป็นโรคนี้ออกมาทำลายทันทีเพราะจะทำให้ติดต่อไปยังปลาตัวอื่น
-เชื้อจุลินทรีย์นี้มักอาศัยอยู่ในน้ำ และไส้เดือน ฉะนั้นจึงต้องทำความสะอาดให้ดี
-ยารักษาโรคชนิดนี้ยังไม่มี
13. โรคสันหลังหัก (Spinal Paralysis)
อาการ ลักษณะการว่ายของปลาจะอุ้ยอ้าย เมื่อสังเกตดูใกล้ ๆ จะพบว่าลำตัวจะคดหรือลำตัว
แข็งทื่อ พอจะว่ายได้บางครั้งลำตัวคดในแนวตั้งคือ หางกระดกขึ้นมา ปลาจะมีอายุอยู่ต่อไปอีกหลายปี
ไม่ตายในทันที
สาเหตุ -เกิดจากการให้สารเคมีบางชนิดมากเกินไป
-จากการโดนไฟฟ้าช็อต หรือฟ้าผ่าปลาจะดิ้นทุรนทุรายอย่างแรง ซึ่งจะทำให้หลังหัก
-จากการที่ปลากระโดดออกจากบ่อหรือวิ่งชนตู้ปลาอย่างแรง ทำให้หลังหัก
14. โรคแพ้ความเค็มของบ่อปูน
อาการ ผิวปลาจะเป็นผื่นแดง (Bloodshot) ปลาจะซึมลงไม่ยอมว่ายน้ำ และหากเป็นมากอาจ
ถึงตายได้
สาเหตุ เกิดจากการย้ายปลาลงบ่อปูนที่สร้างใหม่ หรือมีน้ำผสมปูนหลงเหลืออยู่ โดยเมือกของ
ผิวปลาโดนด่างในปูนกัด จนหมดภูมิต้านทานจากเชื้อโรคที่อยู่ในน้ำ จึงทำให้ผิวหนังอักเสบ
วิธีป้องกันและรักษา
-ย้ายปลาออกจากบ่อโดยเร็ว
-การรักษายังไม่มีการรับรองผล
-บ่อปูนที่สร้างเสร็จใหม่ ๆ ควรแช่น้ำทิ้งไว้ 2-3วัน แล้วถ่ายน้ำทิ้งเสีย หรืออาจใช้มะขามเปียก
15. โรคตกเลือดจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial hemorrhagic septicemia)
อาการ ปลาจะมีอาการตกเลือดทั้งภายนอกและภายในลำตัว บางครั้งจะพบว่ามีอาการบวมบริเวณ
ท้องและตา มีน้ำเหลืองในช่องท้องเป็นแผลเน่าบริเวณลำตัวเป็นแห่ง ๆ เหงือกจะเน่า ไตอักเสบ พบมากในปลา
เลี้ยงทั่วไป
สาเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียคือ Aeromonus hygrophila และ Pseudomonas spp.
วิธีป้องกันและรักษา
-รักษาได้ด้วยยาปฎิชีวนะบางชนิดในระยะอาการเริ่มแรกเท่านั้น
16. โรคลำไส้อักเสบ
อาการ มีมูกเลือดในขี้ปลา หรือปลาถ่ายเป็นน้ำขุ่น ๆ ปลาไม่ค่อยกินอาหาร บางครั้งขี้ปลาเป็นเม็ด
แข็งสีดำเข้ม
สาเหตุ เกิดจากการให้อาหารเก่าหรือเน่าเสีย หรือมีเชื้อรา
วิธีป้องกันและรักษา
-ให้แต่อาหารที่แน่ใจว่าเป็นอาหารดีและใหม่ อย่าให้อาหารแปลก ๆ แก่ปลา

ปริมาณสารเคมีที่ใช้ในการรักษาโรคปลา

สารเคมี

สรรพคุณ

วิธีการใช้และปริมาณ

หมายเหตุ

กรดน้ำส้ม(Acetic Acid)

ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและพาราสิตภายนอก

อัตราส่วน 1:20(5%) จุ่มนานประมาณ 1 นาที (กรดน้ำส้ม 1 ส่วนต่อน้ำ 20 ส่วน)

 

ยาเหลือง(Acriflarin)

ฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนไข่ปลา (ยาเหลืองจะมีผลกระทบกระเทือนต่อเซลล์ของไข่ปลา)

อัตราส่วน 1:2000(500ppm.)

แช่นานประมาณ 20 นาที

ลักษณะเป็นผงละเอียดสีส้มแก่ เมื่อละลายน้ำแล้วจะมีสีแดงปนส้ม

ป้องกันเชื้อแบคทีเรียในระหว่างการลำเลียงขนส่ง ชั่งน้ำหนักหรือวัดขนาดปลา

1-3 ppm.

 

ป้องกันเชื้อแบคทีเรีย

10 ppm. แช่นานประมาณ

2-12 ชั่วโมง

 

คลอรีน(Chlorine)

ฆ่าเชื้อต่างๆทั้งหมด

10 ppm. นานประมาณ

30 นาที

 

ดิพเทอเร็กซ์(Dipteret)

ปลิงใส เห็บ หนอนสมอ

0.25-0.50 ppm. แช่ตลอดไปสัปดาห์ละ 1 ครั้ง นานประมาณ 4 สัปดาห์

 

ฟอร์มาลิน(Formalin)

โปรโตซัวและพาราสิตอื่นๆ

125-250 ppm. นานประมาณ 1 ชั่วโมงหรือ 15-40 ppm. แช่นานตลอดไป

ลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสีจนถึงสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นฉุ่นมากควรเก็บไว้ในขวดที่ป้องกันแสงได้ ฟอร์มาลินที่จะนำมาใช้ไม่ควรมีเมทิลแอลกอฮอร์ผสมอยู่เพราะเป็นพิษกับปลา

โรคเชื้อรา

1600-2000 ppm. นานประมาณ 15 นาที

มาลาไคท์กรีน(Malachite Green)

โปรโตซัว

0.1 ppm. แช่ตลอดไป

ลักษณะเป็นผลึกสีเขียวเหลืองละลายน้ำได้ดี ควรเลือกซื้อมาลาไคท์กรีนชนิดที่จัดอยู่ในประเภทยา (Medical Grade) เพราะไม่มีสารสังกะสี ซึ่งเป็นพิษต่อปลา

เชื้อรา

5ppm. นานประมาณ 15 นาที

เมทิลีน บลู

โรคจุดขาว (Ichth-yophthirius sp.) และโปรโตซัวชนิดอื่นๆ

2-5 ppm. แช่ตลอดไป

ลักษณะเป็นผลึกสีน้ำตาลปนแดง เมื่อละลายน้ำจะมีสีน้ำเงิน

ด่างทับทิม (Potassium Permanganate)

แบคทีเรียภายนอก เช่น Flexibacter Columnaris

2-4 ppm. แช่ตลอดไป เหมาะกับตู้ปลาหรือบ่อปลาที่มีน้ำสะอาดปราศจากความเป็นกรดเป็นด่าง

ลักษณะผลึกสีม่วงเข้ม ละลายน้ำแล้วจะมีสีม่วง ระหว่างการแช่ปลาจะต้องเพิ่มออกซิเจนเสมอ คือด่างทับทิมจะทำปฏิกริยากับสารออแกนนิกที่อยู่ในน้ำ ถ้าน้ำเป็นกรดเป็นด่างเพียงเล็กน้อยจะทำอันตรายต่อเหงือกปลา ดังนั้นจะต้องเพิ่มออกซิเจน

เกลือ(Sodium Choride)

แบคทีเรียบางชนิด เชื้อราพาราสิต โดยเฉพาะโปรโตซัวและหนอนสมอ

อัตราส่วนการใช้เกลือ 1:33 – 1:50(3-5%) นานประมาณ 1-2 นาที หรืออัตราส่วน 1:200 – 1:100 แช่นานตลอดไป

ควรมีลักษณะเป็นผงหยาบสีขาว ละลายน้ำได้ดี หาง่ายราคาถูก

ใช้ในระหว่างการลำเลียงขนส่ง ชั่งน้ำหนัก เพื่อลดความบอบซ้ำ ป้องกันปลาเป็นโรค

อัตราส่วนการใช้เกลือ 1:1000 – 1:2000 (0.1-0.2%) แช่ตลอดไป

คลอเตตราซัยคลิน (Chortetracycline)

รักษาโรคจากแบคทีเรีย Aeromonas sp. Pseudomonas sp. และ โรคจุดขาว Ichthyophthirius sp.

ผสมในอาหารปริมาณ 55 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักปลา 1 กก/วัน (ประมาณ 10วัน) หรือใช้วิธีละลายในน้ำ 10-20 ppm. แช่นานตลอดไป

ลักษณะเป็นผลึกมีสีเหลืองทำปฏิกริยาเป็นด่างอย่างอ่อนละลายน้ำได้ดี เมื่อละลายน้ำแล้วจะมีสีค่อนข้างเหลือง และมักเกิดเป็นฝ้าบนผิวน้ำ

คลอแรมเฟนิคอล (Chloramphenical)

รักษาโรคจากเชื้อแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบทั่วไป Aeromonas sp. โรคจุดขาว

ฉีดเข้าทางช่องเท้า 20 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักปลา 1 กก. หรือผสมในอาหารปริมาณ 55 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักปลา 1 กก./วัน ใช้เวลาประมาณ 10 วัน หรือแช่ประมาณ 80 ppm. นานประมาณ 24 ชั่วโมง

เป็นยาปฏิชีวนะที่นิยมใช้กันมาก ไม่มีสี ละลายน้ำได้ดี เมื่อละลายน้ำจะมี)ปฏิกริยาความเป็นกลาง ตัวยาจะมีอายุประมาณ 3 ปี ดังนั้นซื้อยาควรดูวันหมดอายุก่อน

โรคเชื้อรา (Cotton Wool Diseases) และใช้ได้ผลดีในการรักษาโรค Dropsy ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียและไวรัส

ออกซี่เตตราซัยคลิน (Oxytetracycline)

รักษาโรคจากเชื้อแบคทีเรีย

แกรมลบทั่วไป

ฉีดเข้าทางช่องท้องประมาณ 30 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักปลา 1 กิโลกรัม หรือผสมในอาหารปริมาณ 55 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักปลา 1 กก./วัน หรือแช่ปริมาณ 10/20 ppm. นานประมาณ 24 ชั่วโมง

 

ฟิวราเนส (Furanace)

รักษาโรคจากเชื้อแบคทีเรีย Aeromonas sp. และ

Vifrio sp.

ผสมในอาหารปริมาณ 0.5-1 กรัมต่อน้ำหนักปลา 1 กก./วัน

นานประมาณ 10-14 วัน หรือแช่ประมาณ 1:500000

(2 ppm.) ประมาณ 1 ชั่วโมง

 

น้ำหนักและปริมาตร

=> 1 หยด 1/20 cc.  => 1 ช้อนชา 1/8 ออนซ์ หรือ 4 cc. หรือ 0.5 กรัม   => 1 แกลลอน 3.785 ลิตร หรือ 4 Quarts

=> 1 ปอนด์ 16 ออนซ์ หรือ 453.6 กรัม   => 1 ตัน น้ำ 270 แกลลอน  

=> PPM. (Part per million) 1 กรัมต่อน้ำ 1000 ลิตร หรือ 0.0038 กรัม ต่อน้ำ 1 แกลลอน              

เว็บไซต์เกี่ยวกับโรคปลาและการรักษา
http://www.geocities.com/njranchu/tip5.htm 
http://www.ninekaow.com/hospital/index.php 
http://web.ku.ac.th/agri/fishdec/inorgan.html 
http://www.nicaonline.com/articles7/site/view_article.asp?idarticle=100 คุณสมบัติของตัวสารเคมี
http://www.nicaonline.com/goldfish012.html
http://www.fancycarp.com/koidoctor/doctor/ 

 

newgif (469 bytes) ประกาศซื้อขายBuySellFreepost.com I ขายคอนโดมิเนียมเมืองทองธานี I90 ปีที่คุณวางใจ ออมสินยุคใหม่ ทันสมัยครบวงจร
I วิธีการสั่งซื้อ/ชำระเงิน I ถาม-ตอบเกี่ยวกับสินค้า และอื่นๆ I ความเป็นมา I ดูแผนที่บ้าน I E-mail-to-Producer I My dogs I
วิธีการใช้งานเครื่องฯ I My Radio Station I ฮิห้าI
ติดต่อ TrueMove : 08-9128-6899 DTAC : 08-9780-8067 Electronic Mail => mickeycowboy@gmail.com

[กลับหน้าหลัก]

Copyright © 2003 Yutthana Chomnawang All Rights Reserved